แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กรุยทางสู่นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรเมื่อย้ำแค้นเอาชนะ ปารีส แซ็งต์-แชร์กแมง 2-0 จากการเหมา 2 ประตูโดย ริยาด มาห์เรซ

ผงาดเข้าชิงครั้งแรกใน UCL แมนฯ ซิตี้ ย้ำแค้น เปแอสเช 2-0

ฟุตบอล ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก
รอบรองชนะเลิศ นัดสอง
วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ปารีส แซงต์ แชร์กแมง
(รวมผลสองนัด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผ่านเข้ารอบชิงฯ ด้วยประตูรวม 4-1)

สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม , อังกฤษ
ผู้ตัดสิน : บียอร์น ไคเปอร์ส (เนเธอร์แลนด์)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กรุยทางสู่นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรเมื่อย้ำแค้นเอาชนะ ปารีส แซ็งต์-แชร์กแมง 2-0 จากการเหมา 2 ประตูโดย ริยาด มาห์เรซ

เรือใบสีฟ้า ได้ประตูเบิกร่องตั้งแต่นาทีที่ 11 จากการวางบอลยาวที่หน้าปากประตูตนเองของ เอแดร์ซอน ไปถึง โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ หลุดไปถึงสุดเส้นหลังที่กราบซ้ายก่อนปาดเข้ากลางให้ เควิน เดอ บรอยน์ วิ่งเข้ามายิงจังหวะแรกติดบล็อก บอลไหลไปเข้าทาง มาห์เรซ แท็ปอินเหน่งๆ บอลไปซุกที่ก้นตาข่าย

ประตู 2-0 ของ ซิตี้ เกิดขึ้นในนาทีที่ 63 จากจังหวะสวนกลับเร็วที่ฝั่งซ้ายโดย โฟเด้น ทำชิ่งกับ เคดีบี ก่อนจบที่ มาห์เรซ แปผ่านมือ เคย์ลอร์ บาบาส ในระยะเผาขน

เกมเริ่มเดือดเมื่อทีมเยือนตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ต้องการประตูก่อนที่ อังเคล ดิ มาเรีย จะตบะแตก ไปเตะใส่ แฟร์นันดินโญ จนได้รับใบแดงโดยตรง ถูกไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 69 และจบ 90 นาทีไปด้วยสกอร์ดังกล่าว

ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ด้วยสกอร์รวมสองนัด 4-1 ซึ่งจะเข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่าง เชลซี หรือ เรอัล มาดริด โดยจะเตะรอบชิงฯ ในวันที่ 29 พ.ค. นี้ ที่กรุง อิสตันบูล ประเทศตุรกี

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอ๊าส, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – แบร์นาร์โด้ ซิลวา (ราฮีม สเตอร์ลิง น.82), แฟร์นันดินโญ่, อิลคาย กุนโดกัน – ริยาด มาห์เรซ, เควิน เดอ บรอยน์ (กาเบรียล เชซุส น.82), ฟิล โฟเด้น (เซร์คิโอ อเกวโร่ น.85)

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง : เกย์ลอร์ นาวาส – อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ (โกแล็ง ดักบา น.75), มาร์กินญอส, เปรสแนล คิมเปมเบ้, อับดู ดิยัลโล่ (มิเชล บักเกอร์ น.83) – อันเดร์ เอร์เรร่า, เลอันโดร ปาเรเดส (ดานิโล่ น.75) – อังเคล ดิ มาเรีย (ใบแดง น.69), มาร์โก แวร์รัตติ, เนย์มาร์ – เมาโร อิการ์ดี้

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *